Header Ads

“ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร” รับรางวัล “คนดีศรีจังหวัดปราจีนบุรี 2569


“ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร” รับรางวัล “คนดีศรีจังหวัดปราจีนบุรี 2569” เชิดชูต้นแบบผู้บุกเบิกสมุนไพรไทย อุทิศตนเพื่อสังคมด้วยคุณธรรมและความพอเพียง

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธาน ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “คนดีศรีจังหวัดปราจีนบุรี ประเภทประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569” เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะบุคคลผู้ประพฤติตนเป็นแบบอย่างด้านคุณธรรม จริยธรรม และอุทิศตนสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง นับเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อส่วนรวม ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ความเสียสละ และการพัฒนาประเทศบนฐานของภูมิปัญญาไทย


ตลอดระยะเวลาการรับราชการที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 จนเกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. 2564 ดร.สุภาภรณ์ ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้บุกเบิกการวิจัยและพัฒนายาจากสมุนไพรไทย เพื่อนำมาใช้ในระบบบริการสาธารณสุขอย่างมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยยึดแนวคิดการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างทางเลือกด้านสุขภาพที่ปลอดภัยและยั่งยืนให้แก่ประชาชน

ดร.สุภาภรณ์ ย้ำว่า หัวใจสำคัญของการทำงาน คือการลงพื้นที่ห่างไกลเพื่อเรียนรู้และรวบรวมองค์ความรู้จากหมอยาพื้นบ้าน นำภูมิปัญญาที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนมาวิจัย พัฒนา และต่อยอดเป็นตำรับยาสมุนไพรที่สามารถใช้ได้จริงในโรงพยาบาล สร้างคุณค่าทั้งด้านการรักษาพยาบาล การสร้างรายได้ให้ชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติผ่านระบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

นอกจากการพัฒนายาสมุนไพรแล้ว ดร.สุภาภรณ์ ยังเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันการจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ภูมิภูเบศร และบ้านเล่าเรื่องเมืองสมุนไพร ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ ถ่ายทอดภูมิปัญญา และผลักดันจังหวัดปราจีนบุรีสู่การเป็นเมืองแห่งสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยอย่างครบวงจร

ความสำเร็จในการทำงานตลอดชีวิตเกิดจากการยึดมั่นในหลักความพอเพียง ความมีวินัย ความซื่อสัตย์ และจิตอาสา โดยวินัยเป็นรากฐานของทุกความสำเร็จ ตั้งแต่วินัยในการศึกษา การใช้ชีวิต การปฏิบัติตามระเบียบราชการ จนถึงการทำงานวิจัยและการบริหารจัดการงานเพื่อส่วนรวม โดยได้ต้นแบบมาจากบิดาที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์อย่างเคร่งครัด ไม่เคยนำทรัพย์สินของส่วนรวมมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ส่วนมารดาสอนให้มีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และช่วยเหลือผู้อื่น พร้อมยึดหลักคำสอนว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” ซึ่งเป็นหลักคิดที่ใช้ยึดถือมาตลอดชีวิตการทำงาน


“พี่ถือว่าตัวเองโชคดีที่เกิดในครอบครัวชาวบ้าน แม้จะไม่ได้มีฐานะ แต่เราเติบโตมากับธรรมชาติ ความรัก และความอบอุ่นของพ่อแม่ เมื่อเราไม่ได้ยึดติดกับวัตถุ เราก็มีเวลาคิดและสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคม” ดร.สุภาภรณ์ กล่าว


ภายหลังเกษียณอายุราชการจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ดร.สุภาภรณ์ ยังคงอุทิศตนถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสมุนไพร การแพทย์แผนไทย และการพัฒนาระบบสุขภาพให้แก่ชุมชน สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพได้มากขึ้น รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทย

“ความสุขของพี่คือการได้เป็นผู้ให้ ได้เสียสละ ไม่ว่าสิ่งที่ทำจะมีคนเห็นหรือไม่เห็น หากเราคิดค้นตำรับยาสมุนไพรได้แม้เพียงตำรับเดียว ก็เท่ากับเราได้สร้างยาใหม่ให้กับสังคม รักษาภูมิปัญญาไทยไว้ และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนรุ่นหลังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้” ดร.สุภาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย 

 

No comments

Powered by Blogger.